Sunday, May 24, 2026

เหตุเหมืองระเบิดในจีนคร่าชีวิตแรงงาน 82 ราย เร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 2 ราย ท่ามกลางการละเมิดความปลอดภัยรุนแรง

ทีมกู้ภัยในภาคเหนือของประเทศจีนเร่งค้นหาผู้สูญหาย หลังเกิดเหตุแก๊สระเบิดที่เหมืองถ่านหินหลิวเซินยวี่ (Liushenyu) ในมณฑลซานซี เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2026 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 82 ราย และบาดเจ็บต้องนำส่งโรงพยาบาลอีก 128 ราย นับเป็นภัยพิบัติทางเหมืองแร่ที่ร้ายแรงที่สุดของประเทศในรอบเกือบสองทศวรรษ โดยในขณะเกิดเหตุมีคนงานอยู่ใต้ดินทั้งหมด 247 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ส่งทั้งทีมกู้ภัยและหุ่นยนต์ลงไปตรวจสอบใต้เพลาเหมืองเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตอย่างต่อเนื่อง

ผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าบริษัท Tongzhou Group ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการเหมืองแร่ดังกล่าว มีการละเมิดกฎหมายและความปลอดภัยอย่างร้ายแรง โดยคนงานมากกว่าครึ่งหนึ่งที่ลงไปในเหมืองไม่ได้ผ่านระบบลงทะเบียน ตรวจสอบใบหน้า หรือพกบัตรติดตามตัวตามมาตรการที่กำหนด ล่าสุดผู้บริหารที่รับผิดชอบของบริษัทถูกควบคุมตัวแล้ว ขณะที่คณะรัฐมนตรีจีนได้สั่งการให้ปราบปรามกิจกรรมที่ผิดกฎหมายในเหมืองแร่ทั่วประเทศอย่างเข้มงวด ทั้งการปลอมแปลงข้อมูลความปลอดภัยและการรับเหมาช่วงที่ผิดกฎหมายเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย

ที่มา: CNA, 24/5/2026 

ช่องว่างบำนาญระหว่างเพศในอังกฤษต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ แต่สหภาพแรงงานเตือนนโยบายปฏิรูปรัฐอาจขัดขวางความคืบหน้า

การวิเคราะห์ใหม่จากสหภาพแรงงาน Prospect ในเดือนพฤษภาคม 2026 แสดงให้เห็นว่าช่องว่างบำนาญระหว่างเพศ (Gender Pension Gap) ในสหราชอาณาจักรลดลงสู่ระดับต่ำสุดเท่าที่เคยมีมา โดยอยู่ที่ 32.9% ในปี 2023-24 ลดลงจากปีก่อนหน้า 3.6% อย่างไรก็ตาม สหภาพระบุว่าความเหลื่อมล้ำนี้ยังคงอยู่ในระดับที่ยอมรับไม่ได้ เนื่องจากผู้หญิงที่เกษียณอายุมีรายได้เฉลี่ยต่อปีน้อยกว่าผู้ชายถึง 7,200 ปอนด์ โดยปัจจัยที่ช่วยให้ช่องว่างแคบลงในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ได้แก่ ช่องว่างค่าจ้างที่ลดลง การมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานและกองทุนบำนาญของผู้หญิงที่เพิ่มขึ้น รวมถึงสิทธิบำนาญรัฐที่ปรับปรุงดีขึ้น

ทั้งนี้ สหภาพได้เรียกร้องให้รัฐบาลนำมาตรการเชิงรุกของกองทุนบำนาญรัฐส่วนท้องถิ่น (LGPS) ที่เริ่มบังคับใช้ในเดือนเมษายน 2026 มาปรับใช้กับกองทุนภาคส่วนอื่น เช่น การกำหนดให้ช่วงลาพักโดยไม่รับค่าจ้างระยะสั้นมีสิทธิได้รับบำนาญโดยอัตโนมัติ และการให้นายจ้างแบกรับภาระค่าบำนาญในช่วงลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรที่เหลือ อย่างไรก็ตาม สหภาพกังวลว่าความคืบหน้าเหล่านี้อาจตกอยู่ในความเสี่ยงจากประเด็นทางการเมืองที่พยายามโจมตีสวัสดิการภาครัฐ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้คนนับล้านมีคุณภาพชีวิตที่แย่ลงในอนาคต

ที่มา: Prospect, 22/5/2026 

Friday, May 22, 2026

เลิกจ้างพนักงานโรงแรม 300 คน ในกรุงเรคยาวิก ไอซ์แลนด์ หลังเปลี่ยนแปลงผู้บริหารโรงแรม

พนักงานประมาณ 300 คนของโรงแรม Hilton Reykjavík Nordica และ Hilton Reykjavík Natura ในกรุงเรคยาวิก ได้รับแจ้งว่าจะมีการเลิกจ้างในสัปดาห์หน้า เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารจัดการโรงแรม โดยปัจจุบันโรงแรมทั้งสองแห่งนี้บริหารงานโดย Berjaya Hotels and Resorts ทว่าบริษัท Íslandshótel กำลังจะเข้ามารับช่วงต่อในการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2026 เป็นต้นไป ภายใต้ข้อตกลงสัญญาเช่าฉบับใหม่กับ Reitir ซึ่งเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว

แม้พนักงานจะยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตการทำงาน แต่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Íslandshótel ได้ออกมาแสดงท่าทีคาดหวังที่จะรับพนักงานชุดเดิมกลับเข้าทำงานทั้งหมด โดยยืนยันว่าจะปฏิบัติกับพนักงานทุกคนด้วยความเคารพ พร้อมเปิดโอกาสให้เข้ามาร่วมพูดคุยและยื่นข้อเสนอรับกลับเข้าทำงาน เนื่องจากพนักงานจำนวนมากเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญและทำงานในพื้นที่นี้มาอย่างยาวนาน ทั้งนี้ โรงแรมทั้งสองแห่งถือเป็นผู้ให้บริการที่พักรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเรคยาวิก ซึ่งมีการจ้างงานบุคลากรครอบคลุมทั้งในส่วนงานบริการ ส่วนต้อนรับ และส่วนงานจัดเลี้ยงจำนวนหลายร้อยตำแหน่ง

ที่มา: Iceland Review, 22/5/2026 

Thursday, May 21, 2026

สหภาพแรงงาน Samsung Electronics ระงับการประท้วงหยุดงาน หลังบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเรื่องโบนัส

สหภาพแรงงาน Samsung Electronics ในประเทศเกาหลีใต้ ประกาศระงับการนัดหยุดงานประท้วงเป็นเวลา 18 วันที่มีกำหนดเริ่มต้นในเดือนพฤษภาคม 2026 หลังสามารถบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับทางบริษัทได้สำเร็จ ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยงการเดินขบวนประท้วงของแรงงานเกือบ 48,000 คนในฝ่ายผลิตชิปหน่วยความจำ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ทำรายได้หลักและคิดเป็น 12.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของเกาหลีใต้ โดยก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์และรัฐบาลคาดการณ์ว่า หากเกิดการประท้วงหยุดงานยาวนานดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจรวมสูงถึง 100 ล้านล้านวอน

ข้อตกลงครั้งนี้มีขึ้นหลังจากกระทรวงแรงงานของเกาหลีใต้เข้าช่วยไกล่เกลี่ย โดยบริษัทตกลงที่จะยกเลิกเพดานการจ่ายโบนัสเดิมที่จำกัดไว้ที่ 50% ของเงินเงินเดือนประจำปี และจะจัดสรร 10.5% ของกำไรจากการดำเนินงานประจำปีเข้าสู่กองทุนโบนัสสำหรับพนักงาน ซึ่งจะแบ่งให้พนักงานในฝ่ายผลิตชิปหน่วยความจำ 40% และจัดสรรให้หน่วยธุรกิจอื่นๆ อีก 60% ทั้งนี้ โบนัสตามข้อตกลงใหม่จะผูกกับเงื่อนไขที่ฝ่ายผลิตชิปหน่วยความจำจะต้องทำกำไรให้ได้ตามเป้าหมายขั้นต่ำที่บริษัทกำหนดไว้ในระหว่างปี 2026 ถึง 2035 โดยทางสหภาพแรงงานจะเปิดให้สมาชิกโหวตลงคะแนนต่อร่างข้อตกลงนี้ต่อไป

ที่มา: Engadget, 21/5/2026 

วารสารคนทำงาน พฤษภาคม 2569

ดาวน์โหลดฟรี วารสารคนทำงาน (Workazine) พฤษภาคม 2569 ในฉบับพบกับ .. ทั่วโลกจัดกิจกรรมวันแรงงาน ท่ามกลางความกังวลสงครามอิหร่านและวิกฤตพลังงาน [หน้า 19] คลื่น 'เลิกจ้างเงียบ' กำลังถาโถมบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน [หน้า 22] "เรซูเมเหมือนกัน ชื่อต่างกัน" งานวิจัยเปิดอคติการจ้างงานที่ซ่อนอยู่ใน "ความเป็นอเมริกัน" [หน้า 26] โลกร้อนขึ้น แรงงานกลางแจ้งเสี่ยงมากขึ้น วิกฤตแรงงานสูงวัยและเด็กกำลังซ้ำเติม [หน้า 32]

ดาวน์โหลดฟรีได้ที่

scribd.com >> https://tinyurl.com/5bstd9sc

mebmarket.com >> https://tinyurl.com/mebworkazine

workazine.com >> https://tinyurl.com/workazinedownload

Wednesday, May 20, 2026

สหภาพแรงงาน Samsung Electronics เกาหลีใต้เตรียมหยุดงานประท้วง หลังการเจรจาไกล่เกลี่ยล้มเหลว

สหภาพแรงงานของบริษัท Samsung Electronics ประกาศเดินหน้าหยุดงานประท้วงในวันที่ 21 พฤษภาคม 2026 หลังจากคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์แห่งชาติ (National Labor Relations Commission - NLRC) ของประเทศเกาหลีใต้ จัดการเจรจาไกล่เกลี่ยรอบที่สองในเดือนพฤษภาคม 2026 แต่สิ้นสุดลงโดยไม่มีข้อตกลง เนื่องจากทางฝ่ายบริหารของบริษัทขอเวลาเพิ่มเติมในการพิจารณาข้อเสนอ ส่งผลให้การประท้วงครั้งนี้อาจมีแรงงานเข้าร่วมมากกว่า 50,000 คน ซึ่งนักวิเคราะห์เตือนว่าหากการประท้วงยืดเยื้ออาจสร้างความเสียหายสูงถึง 100 ล้านล้านวอน และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

ความขัดแย้งหลักเกิดจากการจัดสรรเงินโบนัสตามผลงาน โดยทางสหภาพแรงงานเสนอให้แบ่งเงินโบนัส 70% เท่ากันทุกแผนก และอีก 30% ผูกกับผลงานของแต่ละหน่วยธุรกิจ เพื่อให้พนักงานในแผนกที่ขาดทุนได้รับโบนัสด้วย แต่ทางบริษัทปฏิเสธโดยยึดหลักการว่าค่าตอบแทนต้องสะท้อนตามผลงานจริง และเสนอสัดส่วนที่ 40:60 แทน เพื่อรักษาวัฒนธรรมองค์กร อย่างไรก็ตาม ทั้งฝ่ายบริหาร สหภาพแรงงาน และกระทรวงแรงงาน ยังคงเปิดกว้างที่จะเจรจาเยียวยาความขัดแย้งร่วมกันต่อไปเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่รุนแรงที่สุด

ที่มา: The Investor, 20/5/2026 

ช่างเทคนิคของโรงเรียนในโคโซโว ประกาศนัดหยุดงานประท้วงหลังค้างจ่ายเงินเดือน

กลุ่มพนักงานเทคนิคประจำโรงเรียนในเทศบาลกรุงพริสตีนา ประเทศโคโซโว รวมตัวประท้วงและประกาศนัดหยุดงานอย่างไม่มีกำหนดเพื่อตอบโต้กรณีที่ไม่ได้รับเงินเดือนประจำเดือนเมษายน โดยข้อเรียกร้องของกลุ่มแรงงานเน้นไปที่การขอความชัดเจนและการจ่ายค่าจ้างที่ค้างชำระทั้งหมด ซึ่งการหยุดงานนี้จะดำเนินต่อไปจนกว่าข้อเรียกร้องด้านการเงินจะได้รับการตอบสนองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สหพันธ์สหภาพแรงงานพนักงานเทคนิคภาคเอกชนแห่งโคโซโว (Trade Union Federation of Technical Workers of the Private Sector of Kosovo - FSPTSPK) ระบุว่า พนักงานเทคนิคส่วนใหญ่ที่ปฏิบัติงานในโรงเรียนต่างๆ ภายใต้การบริหารของบริษัทเอกชนได้เข้าร่วมการประท้วงดังกล่าว นอกจากนี้ยังพบรายงานว่า มีผู้บริหารสถานศึกษาบางแห่งพยายามปิดกั้นไม่ให้พนักงานสื่อสารกับสื่อมวลชนในระหว่างการชุมนุม ทั้งนี้ทางสหภาพแรงงานได้ยื่นคำร้องต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไขปัญหาความล่าช้าของการจ่ายค่าจ้างให้กับกลุ่มแรงงานในเมืองหลวงอย่างเร่งด่วน

ที่มา: KOHA, 19/5/2026 

Tuesday, May 19, 2026

สหภาพแรงงานอังกฤษ-ฝรั่งเศส ร่วมมือกันในเทศกาลเมืองคานส์ ประท้วงชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน

เครือข่ายสหภาพแรงงานโลก (UNI Global Union) ร่วมกับสหภาพแรงงาน 6 แห่งจากสหราชอาณาจักรและประเทศฝรั่งเศส ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันในช่วงเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในเดือนพฤษภาคม 2026 เพื่อเปิดโปงปัญหาชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานและกดดันอย่างรุนแรงในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับโลก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ ความปลอดภัย และสวัสดิภาพโดยรวมของคนทำงานเบื้องหลัง โดยชี้ว่าบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ได้ทำให้วัฒนธรรมการทำงานล่วงเวลาที่ตึงเครียดกลายเป็นเรื่องปกติ จนส่งผลให้บุคลากรที่มีประสบการณ์จำนวนมากต้องออกจากอุตสาหกรรมนี้ไป

กลุ่มสหภาพแรงงานเรียกร้องให้ผู้นำในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และผู้ชมตระหนักถึงกลุ่มคนเบื้องหลังที่ขับเคลื่อนความสำเร็จของภาพยนตร์ที่นำมาจัดแสดง พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการปรับเปลี่ยนแนวปฏิบัติในอุตสาหกรรมอย่างเร่งด่วน โดยหันมาให้ความสำคัญกับชั่วโมงการทำงานที่เป็นธรรม การปกป้องเวลาพักผ่อนอย่างเหมาะสม และการสร้างความมั่นคงในอาชีพที่ยั่งยืนให้แก่คนทำงานในสายภาพยนตร์และวงการบันเทิงทั่วโลก เพื่อยุติวัฒนธรรมการทำงานที่บั่นทอนสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงาน

ที่มา: UNI Global Union, 18/5/2026 

Monday, May 18, 2026

พนักงานเก็บขยะเมืองชิมลา รัฐหิมาจัล ประเทศอินเดีย ประท้วงหยุดงานต่อเนื่อง กระทบการจัดการขยะทั่วเมือง

การประท้วงหยุดงานอย่างไม่มีกำหนดของพนักงานสมาคมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มรดก และความสวยงามแห่งชิมลา (Shimla Environment, Heritage Conservation and Beautification Society - SEHB) ภายใต้การกำกับดูแลของเทศบาลเมืองชิมลา ในรัฐหิมาจัล ประเทศอินเดีย ดำเนินเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อบริการเก็บขยะตามบ้านเรือนทั่วเมืองหลวง แม้ฝ่ายบริหารเขตจะประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาบริการที่จำเป็น (Essential Services Maintenance Act - ESMA) เพื่อควบคุมสถานการณ์แล้วก็ตาม แต่กลุ่มพนักงานยังคงรวมตัวประท้วงหน้าสำนักงานรองข้าหลวงใหญ่เพื่อเรียกร้องให้คืนสิทธิการขึ้นเงินเดือนประจำปี 10% หลังจากทางเทศบาลประกาศเพิ่มเพียงเบี้ยเลี้ยงชีพเพียง 3% ซึ่งพนักงานมองว่าจะส่งผลเสียต่อสถานะทางการเงินในระยะยาว

ด้านนายกเทศมนตรีเมืองชิมลาเรียกร้องให้พนักงานกลับเข้าทำงาน โดยรับปากจะหารือกับรัฐมนตรีท้องถิ่นและมุขมนตรี  พร้อมระบุว่าที่ผ่านมาได้อนุมัติสวัสดิการทั้งโบนัสเทศกาล สิทธิวันลา และประกันชีวิตวงเงินสูงถึง 3 ล้านรูปีไปแล้ว ทั้งนี้ เทศบาลได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการส่งรถเก็บขยะไปยังเขตต่างๆ ทั้ง 34 เขต และจ้างคนงานชั่วคราวเพิ่มเติมเพื่อดูแลความสะอาดในพื้นที่ที่เข้าถึงยากในระหว่างที่การเจรจายังไม่บรรลุผล

ที่มา: Times of India, 17/5/2026


Saturday, May 16, 2026

สหภาพแรงงานแพลตฟอร์มอินเดียประกาศหยุดงานประท้วง 5 ชั่วโมงทั่วประเทศ หลังรัฐบาลขึ้นราคาน้ำมัน

สหภาพแรงงานบริการกิกและแพลตฟอร์ม (Gig & Platform Service Workers Union - GIPSWU) ประกาศนัดหยุดงานประท้วงทั่วประเทศเป็นเวลา 5 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2026 โดยเรียกร้องให้ผู้ขับขี่และพนักงานส่งของผ่านแอปพลิเคชันหยุดให้บริการตั้งแต่เวลา 12.00 น. ถึง 17.00 น. เพื่อตอบโต้การตัดสินใจของรัฐบาลที่ปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลลิตรละ 3 รูปี ซึ่งถือเป็นการขึ้นราคาครั้งใหญ่ครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ปี โดยมีสาเหตุมาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง

ทางสหภาพระบุว่าค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อแรงงานกิกกว่า 12 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่ต้องแบกรับต้นทุนการดำเนินงานเองขณะที่ค่าตอบแทนจากแพลตฟอร์มยังคงเท่าเดิม จึงได้ยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลและผู้ประกอบการแพลตฟอร์มดิจิทัลปรับเพิ่มอัตราค่าบริการต่อกิโลเมตรเป็นขั้นต่ำ 20 รูปี รวมถึงมาตรการช่วยเหลือด้านการจ่ายเงินชดเชยค่าน้ำมัน เพื่อป้องกันการลาออกขนานใหญ่ของแรงงานในอุตสาหกรรมนี้ที่กำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตในการดำรงชีพ

ที่มา: NDTV Profit, 16/5/2026 

สหพันธ์สื่อมวลชนนานาชาติเรียกร้องทั่วโลกคุมเข้มการใช้สปายแวร์สอดแนมและปกป้องเสรีภาพสื่อ

ที่ประชุมใหญ่ของสหพันธ์สื่อมวลชนนานาชาติ (International Federation of Journalists - IFJ) ณ กรุงปารีส เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2026 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้องค์กรเป็นผู้นำในการรณรงค์และล็อบบี้ระดับสากลเพื่อจัดการกับการใช้สปายแวร์และการสอดแนมที่ผิดกฎหมาย หลังจากผลการศึกษาในโครงการสื่อผู้กล้า (Brave Media project) ชี้ให้เห็นว่าการตรวจสอบที่ไม่ได้รับอนุญาตส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเสรีภาพสื่อและแหล่งข้อมูล โดยเฉพาะในพื้นที่ขัดแย้งที่ข้อมูลจากการสอดแนมนำไปสู่ความเสี่ยงทางกายภาพต่อผู้ที่พยายามตรวจสอบอำนาจรัฐ จนทำให้การเซ็นเซอร์ตัวเองกลายเป็นเรื่องปกติในแวดวงสื่อมวลชน

ผู้แทนจากสหภาพนักข่าวในภูมิภาคต่าง ๆ เช่น สหราชอาณาจักรและบราซิล ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การใช้กระบวนการทางกฎหมายและการรณรงค์เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่ผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายของการสอดแนม โดยที่ประชุมเรียกร้องให้มีการออกกฎหมายควบคุมอุตสาหกรรมสปายแวร์ให้เข้มงวดขึ้น เพิ่มความโปร่งใสในการส่งออกและจัดซื้อของรัฐบาล รวมถึงเพิ่มความรับผิดชอบของผู้ให้บริการโทรคมนาคม (Telecom Providers) และการปกป้องสิทธิในการใช้รหัสป้องกันและการไม่เปิดเผยตัวตน

ทางสหพันธ์สื่อมวลชนนานาชาติประกาศให้ภารกิจนี้เป็นความสำคัญเร่งด่วน โดยจะมุ่งเน้นการเปิดโปงการสอดแนมที่ผิดกฎหมาย พร้อมทั้งจัดหาเครื่องมือและฝึกอบรมด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้สื่อข่าวทั่วโลก เพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ทำลายความรับผิดชอบตามระบอบประชาธิปไตย โดยเน้นย้ำว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลต้องดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อปกป้องงานวารสารศาสตร์จากอิทธิพลของการสอดแนมที่ไร้การควบคุม

ที่มา: National Union of Journalists, 15/5/2026 


Friday, May 15, 2026

พนักงานพลเรือนในกองทัพเกาหลีใต้เตรียมยื่นเรื่องต่อ ILO กรณีถูกจำกัดสิทธิการตั้งสหภาพแรงงาน

กลุ่มสมาพันธ์พนักงานพลเรือนในกองทัพแห่งชาติ (National Civilian Military Employee Solidarity) แถลงการณ์เตรียมยื่นเรื่องร้องเรียนต่อองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization - ILO) เพื่อเอาผิดรัฐบาลเกาหลีใต้ฐานละเมิดสิทธิแรงงาน โดยระบุว่าพนักงานกลุ่มนี้มีสถานะเป็นพลเรือนและผู้ใช้แรงงาน ไม่ใช่ทหาร แต่กลับถูกจำกัดสิทธิในการรวมกลุ่มเป็นสหภาพแรงงาน และถูกบังคับใช้กฎระเบียบทางทหารที่เข้มงวดเกินไป เช่น การทดสอบสมรรถภาพทางกาย

ด้านกระทรวงกลาโหม (Ministry of Defense) ชี้แจงว่าลูกจ้างกลุ่มนี้ไม่สามารถทำกิจกรรมทางสหภาพได้ เนื่องจากถูกระบุว่าเป็นสมาชิกของกองทัพตามพระราชบัญญัติโครงสร้างสถานภาพและการบริการทางทหาร (Framework Act on Military Status and Service) อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงยืนยันว่าไม่มีแผนที่จะมอบหมายภารกิจด้านการรบให้กับกลุ่มลูกจ้างพลเรือนเหล่านี้แต่อย่างใด

ที่มา: The Korea JoongAng Daily, 15/5/2026 

ผลสำรวจพบพนักงานและนักศึกษาสหรัฐฯ กว่า 65% เลี่ยงใช้ AI ด้วยเหตุผลด้านจริยธรรมและสิ่งแวดล้อม

ผลสำรวจรายไตรมาสเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และงานของสำนักข่าว CNBC ร่วมกับ SurveyMonkey ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนเมษายน 2026 ระบุว่าเกือบ 2 ใน 3 ของคนทำงานและนักศึกษาเคยหลีกเลี่ยงการใช้เทคโนโลยี AI ด้วยเหตุผลที่หลากหลาย โดยประเด็นด้านความเป็นส่วนตัวและความแม่นยำเป็นเหตุผลหลักที่ทั้งสองกลุ่มกังวลในสัดส่วนเท่ากันที่ร้อยละ 37 อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักศึกษามีแนวโน้มที่จะหลีกเลี่ยงการใช้เอไอเนื่องจากความกังวลด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้พลังงานและน้ำมหาศาลในศูนย์ข้อมูล มากกว่ากลุ่มคนทำงานเกือบเท่าตัว

นอกจากประเด็นทางกายภาพแล้ว ความกังวลด้านจริยธรรมและการคุกคามต่อ "ความเป็นมนุษย์" ยังเป็นปัจจัยสำคัญ โดยนักศึกษาร้อยละ 36 และพนักงานร้อยละ 28 ระบุว่าความกังวลเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานและการลดทอนทักษะการคิดวิเคราะห์ทำให้พวกเขาเลือกที่จะไม่ใช้เทคโนโลยีนี้ ขณะเดียวกันการใช้เอไอยังถูกมองว่าอาจสร้างภาระงานเพิ่มหรือนำไปสู่ภาวะล้าทางสมอง (Brain Fry) จากการต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่เทคโนโลยีสร้างขึ้นซึ่งบ่อยครั้งยังขาดความแม่นยำ

แม้จะมีความกังวลสูงจนทำให้นักศึกษากว่าครึ่งรู้สึกมองโลกในแง่ร้ายต่อตลาดแรงงานเนื่องจากกลัวเอไอจะแย่งงานระดับเริ่มต้น (Entry-level) แต่ในทางกลับกัน ความต้องการทักษะด้านเอไอในประกาศรับสมัครงานกลับเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา นายจ้างจำนวนมากพร้อมที่จะจ่ายค่าตอบแทนพิเศษให้กับผู้ที่มีทักษะนี้ โดยกลุ่มผู้ที่ใช้งาน AI เป็นประจำต่างยืนยันว่าเทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและประหยัดเวลาได้จริง สะท้อนให้เห็นถึงภาวะย้อนแย้งที่คนรุ่นใหม่ต้องเผชิญระหว่างการรักษาจุดยืนด้านศีลธรรมกับการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในอาชีพการงาน

ที่มา: CNBC, 14/5/2026 

Thursday, May 14, 2026

พนักงานทำความสะอาด Royal College of Art ในอังกฤษถูกเลิกจ้าง หลังรวมตัวประท้วงการคุกคามทางเพศในที่ทำงาน

พนักงานทำความสะอาด 2 รายของวิทยาลัยศิลปะแห่งชาติ (Royal College of Art - RCA) ถูกเลิกจ้างในข้อหาประพฤติมิชอบร้ายแรง และรายอื่น ๆ ได้รับหนังสือเตือนครั้งสุดท้าย หลังจากรวมตัวกันยื่นจดหมายร้องเรียนเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นพิษและการคุกคามทางเพศเมื่อกุมภาพันธ์ 2026 โดยสหภาพแรงงานอิสระแห่งบริเตนใหญ่ (Independent Workers Union of Great Britain - IWGB) เปิดเผยว่าพนักงานกลุ่มนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานข้ามชาติหญิง ตัดสินใจใช้มาตรการทางสหภาพเนื่องจากคำร้องเรียนเรื่องความปลอดภัยตลอดหลายปีที่ผ่านมาถูกเพิกเฉยจากฝ่ายบริหารและบริษัทคู่สัญญาจ้าง

พนักงานที่ถูกลงโทษระบุว่า ตั้งแต่ปี 2021 มีการยื่นคำร้องเรียนต่อพฤติกรรมของผู้ช่วยหัวหน้างานรายหนึ่งถึง 16 ครั้ง ทั้งกรณีการไล่ต้อนพนักงานในห้องน้ำและการใช้ถ้อยคำเหยียดเพศอย่างรุนแรงเป็นภาษาสเปน แต่แทนที่องค์กรจะสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย กลับเลือกที่จะสืบสวนและลงโทษกลุ่มพนักงานที่ลุกขึ้นมาพูดความจริงแทน ซึ่งเหตุการณ์นี้สร้างความกังวลอย่างมากต่อความปลอดภัยในการทำงาน และอาจส่งผลให้พนักงานคนอื่น ๆ หวาดกลัวที่จะรายงานปัญหาการละเมิดสิทธิที่เกิดขึ้นในอนาคต

ทางด้านตัวแทนจากสหภาพแรงงานวิพากษ์วิจารณ์ว่า แม้วิทยาลัยศิลปะแห่งนี้จะมักกล่าวอ้างถึงคุณค่าด้านสิทธิสตรีและการต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติผ่านหลักสูตรการสอนและการจัดนิทรรศการ แต่ในทางปฏิบัติจริงกลับล้มเหลวในการปกป้องคนทำงานของตนเองเมื่อเกิดปัญหาขึ้น การไล่ออกและลงโทษพนักงานในครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นการขัดแย้งกับหลักการที่สถาบันเชิดชูอย่างสิ้นเชิง โดยทางสหภาพแรงงานยังคงยืนหยัดเคียงข้างผู้ได้รับผลกระทบเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานที่เหมาะสมต่อไป

ที่มา: Morning Star, 14/5/2026 

Wednesday, May 13, 2026

ยูเครนเร่งฝึกทักษะแรงงานวัย 50 ปีขึ้นไป เพื่อทดแทนแรงงานรุ่นใหม่ที่ขาดแคลนจากภาวะสงคราม

ยูเครนเปิดตัวโครงการฝึกทักษะอาชีพใหม่ (Retraining Program) สำหรับแรงงานที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2026 เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรงในภาคการก่อสร้างและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยข้อมูลระบุว่าจำนวนแรงงานวัย 15 ถึง 70 ปีของยูเครนลดลงถึงร้อยละ 25 นับตั้งแต่ปี 2021 เนื่องจากประชากรกว่า 6-7 ล้านคนต้องลี้ภัยออกนอกประเทศจากการรุกรานเต็มรูปแบบ ส่งผลให้กลุ่มประชากรวัย 55 ถึง 70 ปี กลายเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญที่สุดที่ยังคงเหลืออยู่ในประเทศ ซึ่งประเมินว่ามีจำนวนสูงถึง 3.5 ล้านคนที่พร้อมจะกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหากมีเงื่อนไขการจ้างงานที่เหมาะสม

โครงการนำร่องภายใต้ชื่อ "ประสบการณ์คือสิ่งสำคัญ" (Experience Matters) มีเป้าหมายในการฝึกอบรมและบรรจุเข้าทำงานจำนวน 2,000 ตำแหน่งผ่านนายจ้าง 500 รายภายในเดือนตุลาคม 2026 โดยความร่วมมือกับกระทรวงนโยบายสังคม (Ministry of Social Policy) และสมาพันธ์นายจ้าง (Federation of Employers) ซึ่งหลักสูตรการฝึกอบรมประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ การวางกลยุทธ์อาชีพ การใช้เครื่องมือดิจิทัล และการทำงานร่วมกันระหว่างวัย ตามด้วยการฝึกงานจริงเป็นเวลา 10 วัน เพื่อทลายกำแพงด้านทักษะเทคโนโลยีและทัศนคติเชิงลบเกี่ยวกับการจ้างงานผู้สูงอายุที่องค์กรส่วนใหญ่ยังคงกังวล

แม้ว่าภาคธุรกิจขนาดใหญ่บางแห่ง เช่น Astarta-Kyiv หรือร้านค้าปลีก Aurora จะเริ่มรับพนักงานวัย 50 ปีขึ้นไปเข้าทำงานแล้วและพบว่าประสบความสำเร็จอย่างดี แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจยังคงกังวลว่าขนาดของโครงการนำร่องนี้ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการจริงในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในสภาวะที่อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ปี 2026 ถูกจำกัดไว้ที่ร้อยละ 2 เนื่องจากขาดแคลนกำลังคน การหันมาใช้แรงงานสูงวัยจึงไม่ใช่เพียงทางเลือกเสริม แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนในการประคับประคองโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจของยูเครนท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ

ที่มา: Euromaidan, 13/5/2026 

ผู้นำสหภาพแรงงานเอเชียใต้ชี้การปฏิรูปกฎหมายแรงงานคือกลยุทธ์ลดทอนอำนาจต่อรองของคนทำงาน

ผู้นำสหภาพแรงงานจากบังกลาเทศ อินเดีย ปากีสถาน เนปาล และศรีลังกา ได้ร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ซึ่งจัดโดยอินดัสทรีออล (IndustriALL) เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2026 เพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤตการปฏิรูปกฎหมายแรงงานในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยระบุว่าสิ่งที่รัฐบาลนำเสนอว่าเป็นการปฏิรูปนั้น แท้จริงแล้วคือการปรับโครงสร้างอำนาจที่เอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายนายจ้าง ผ่านการทำให้การจ้างงานแบบกำหนดระยะเวลาเป็นเรื่องปกติและการขยายระบบสัญญาจ้าง ซึ่งส่งผลให้ค่าจ้างหยุดนิ่งและลดความรับผิดชอบของสถานประกอบการที่มีต่อพนักงานในระยะยาว

ที่ประชุมยังกังวลว่ารัฐบาลหลายประเทศกำลังใช้การแก้กฎหมายเพื่อจำกัดนิยามของคำว่าแรงงานให้แคบลง ทำให้การรวมกลุ่มจัดตั้งสหภาพแรงงานทำได้ยากขึ้นและมีความเสี่ยงต่อการถูกคุกคาม นอกจากนี้ แม้จะมีการสนับสนุนให้ผู้หญิงและคนรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น แต่กลับพบว่าส่วนใหญ่เป็นการจ้างงานที่เปราะบางและขาดสวัสดิการคุ้มครองที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน การที่กฎหมายแรงงานที่มีอยู่เดิมไม่มีการบังคับใช้จริงอย่างแพร่หลาย ได้กลายเป็นข้อสงสัยว่านี่คือกลยุทธ์ตั้งใจของรัฐบาลในการเอื้อต่อการลดกฎระเบียบเพื่อดึงดูดการลงทุน โดยแลกกับสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงาน

เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ภูมิภาคเอเชียใต้จึงต้องสร้างความร่วมมือที่เหนียวแน่นเพื่อตอบโต้การลดมาตรฐานแรงงานข้ามพรมแดน โดยจะใช้กลไกขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization - ILO) เข้ามาช่วยกดดันให้เกิดความรับผิดชอบ โดยเฉพาะกรณีของอินเดียที่ถูกบรรจุในรายชื่อตรวจสอบเบื้องต้นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ซึ่งผู้นำสหภาพแรงงานเน้นย้ำว่าการต่อสู้ร่วมกันในระดับภูมิภาคไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนในการปกป้องสิทธิที่ได้มาอย่างยากลำบากจากการถูกลดทอนลงในนามของการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน

ที่มา: IndustriALL, 12/5/2026 

สหภาพแรงงานศิลปะนัดหยุดงานประวัติศาสตร์กลางงานเวนิสเบียนนาเล่เพื่อสนับสนุนปาเลสไตน์

 

กลุ่มศิลปินและคนทำงานในแวดวงศิลปะภายใต้กลุ่มพันธมิตรศิลปะไม่ใช่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (Art Not Genocide Alliance - Anga) ร่วมกับองค์กรภาคประชาชนและสหภาพแรงงานระดับชาติของอิตาลี ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการนัดหยุดงานประท้วงเป็นเวลา 24 ชั่วโมงในเดือนพฤษภาคม 2026 ระหว่างการจัดเทศกาลศิลปะนานาชาติเวนิสเบียนนาเล่ (Venice Biennale) ณ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี การเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากสหภาพแรงงานหลายแห่ง เช่น สมาพันธ์แรงงานพื้นฐาน (Unione Sindacale di Base - USB) และสมาพันธ์หน่วยแรงงานพื้นฐาน (Confederazione Unitaria di Base - CUB) เพื่อแสดงพลังสนับสนุนปาเลสไตน์และเรียกร้องให้มีการระงับการเข้าร่วมของอิสราเอลในนิทรรศการดังกล่าว

การประท้วงภายใต้สโลแกน "Let’s block everything!" ส่งผลให้ศาลาจัดแสดงผลงานระดับชาติจำนวน 26 แห่งประกาศปิดให้บริการเป็นเวลาหนึ่งวัน และมีผู้เข้าร่วมชุมนุมปิดท้ายการนัดหยุดงานกว่า 3,000 คน โดยกลุ่มผู้ประท้วงระบุว่าสถาบันศิลปะระดับโลกไม่ควรดำเนินกิจกรรมตามปกติในขณะที่มีสถานการณ์ความรุนแรงที่ขัดต่อหลักมนุษยธรรมเกิดขึ้น การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าคนทำงานในภาควัฒนธรรมและเครือข่ายสหภาพแรงงานสามารถรวมตัวกันเพื่อกดดันให้สถาบันทางศิลปะแสดงความรับผิดชอบต่อจริยธรรมและสิทธิมนุษยชนในระดับสากล มากกว่าการเป็นเพียงพื้นที่แสดงศิลปะเพียงอย่างเดียว

ที่มา: Socialist Worker, 12/5/2026 

Tuesday, May 12, 2026

สหภาพแรงงาน Kakao เตรียมประท้วงใหญ่ หลังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการเจรจา

สหภาพแรงงานของ Kakao เตรียมยกระดับการเคลื่อนไหวในวันที่ 20 พฤษภาคม 2026 เพื่อประท้วงหลังการเจรจาข้อตกลงด้านค่าจ้างร่วมกับฝ่ายบริหารไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ โดยความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกันใน 5 บริษัทในเครือ ได้แก่ Kakao, Kakao Pay, Kakao Enterprise, DKTechin และ XLGAMES ซึ่งทางสหภาพแรงงานสาขาเคมี สิ่งทอ อาหาร และอุตสาหกรรมแห่งเกาหลี (Korea Federation of Chemical, Textile, Food, and Food Industry Workers' Unions - KCTF) ได้ยื่นเรื่องขอให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ภูมิภาคคยองกีเข้าช่วยไกล่เกลี่ย และเตรียมจัดชุมนุมใหญ่ ณ ลานสถานีพันโยเพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรและปรับปรุงเงื่อนไขการทำงานให้ดีขึ้น

ตัวแทนสหภาพแรงงานระบุว่า ปัญหาไม่ได้มีเพียงเรื่องการเรียกร้องโบนัสร้อยละ 10 จากกำไรจากการดำเนินงานตามที่ฝ่ายบริหารกล่าวอ้าง แต่ยังรวมถึงปัญหาความไม่เท่าเทียมในการจัดสรรผลตอบแทนที่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มผู้บริหาร ทั้งที่บริษัทมีรายได้รวมสูงถึง 8.0991 ล้านล้านวอนในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานเกินไป การจัดการปัญหาการคุกคามในที่ทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ และการตัดสินใจฝ่ายเดียวของฝ่ายบริหารที่ทำให้ขาดความเชื่อมั่น หากการไกล่เกลี่ยในวันที่ 18 ไม่เป็นผล สหภาพแรงงานจะดำเนินการลงมติเพื่อขอสิทธิในการนัดหยุดงานอย่างเป็นทางการตามกฎหมาย ซึ่งอาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่สำหรับการเรียกร้องความเป็นธรรมในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของเกาหลีใต้

ที่มา: CHOSUNBIZ, 11/5/2026 

แรงงานดูแลผู้ป่วยในนิวยอร์กรวมตัวประท้วงเรียกร้องยกเลิกกะการทำงาน 24 ชั่วโมง

กลุ่มแรงงานดูแลผู้ป่วยตามบ้านและองค์กรเครือข่ายรวมตัวกันบริเวณศาลาว่าการนครนิวยอร์ก เมื่อช่วงวันแรงงานสากล พฤษภาคม 2026 เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลท้องถิ่นยุติระบบการทำงานกะ 24 ชั่วโมงที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน โดยขอให้เปลี่ยนเป็นข้อกำหนดการทำงานไม่เกิน 12 ชั่วโมงต่อกะ และจำกัดชั่วโมงการทำงานรวมไม่เกิน 56 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ กลุ่มผู้ประท้วงซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานสตรีผิวสีจากอเมริกาใต้และจีนได้สะท้อนถึงความทุกข์ยากจากการถูกเอาเปรียบทางแรงงาน โดยเฉพาะปัญหาการได้รับค่าจ้างเพียง 13 ชั่วโมงจากการทำงานจริงทั้งวัน และการไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ตามที่กฎหมายกำหนดจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง

ความพยายามในการผลักดันกฎหมายยกเลิกการทำงาน 24 ชั่วโมง หรือร่างกฎหมายหมายเลข 303 ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภาเมืองหลายท่านที่ต้องการให้อำนาจแก่กรมการคุ้มครองผู้บริโภคและคนทำงาน (Department of Consumer and Worker Protection - DCWP) ในการตรวจสอบและลงโทษนายจ้างที่ละเมิดสิทธิ โดยแกนนำกลุ่มแรงงานระบุว่านโยบายของผู้บริหารเมืองในปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและค่าครองชีพที่สูงลิ่วได้อย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีการตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าในการอนุมัติกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพของแรงงานดูแลผู้ป่วยซึ่งเป็นภาคส่วนที่ขยายตัวรวดเร็วที่สุดในระบบเศรษฐกิจของนครนิวยอร์ก

ที่มา: The Nation Magazine, 11/5/2026 

Monday, May 11, 2026

นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กงดร่วมงาน Met Gala แต่ขอเชิดชูแรงงานผู้อยู่เบื้องหลังอุตสาหกรรมแฟชั่นแทน

Zohran Mamdani นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กตัดสินใจไม่เข้าร่วมงานเลี้ยงการกุศล Met Gala ประจำปี 2026 ตามที่เคยประกาศไว้ โดยเลือกใช้ช่วงเวลาสำคัญของวงการแฟชั่นในวันจันทร์แรกของเดือนพฤษภาคมเพื่อเฉลิมฉลองและให้ความสำคัญกับแรงงานเบื้องหลังจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นช่างเย็บผ้า ช่างตัดเสื้อ พนักงานขาย และพนักงานขับรถส่งของ โดยระบุว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดความทุ่มเทและทักษะของคนทำงานกลุ่มนี้ ซึ่งสมควรได้รับการยกย่องมากกว่าการไปร่วมงานสังคมหรูหรา

สำนักงานนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กได้ใช้โอกาสนี้ประชาสัมพันธ์เรื่องราวความสำเร็จของบุคลากรในอุตสาหกรรมแฟชั่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของช่างตัดเสื้ออาวุโสในห้างสรรพสินค้า Saks Fifth Avenue ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนสหภาพแรงงาน Workers United รวมถึงผู้ก่อตั้งโรงเรียนสอนตัดเย็บผ้า และอดีตพนักงานในคลังสินค้าและพนักงานขนส่งของบริษัท Amazon ซึ่งล้วนเป็นแรงผลักดันสำคัญให้มหานครนิวยอร์กขับเคลื่อนไปได้

นอกจากนี้ ผู้นำนครนิวยอร์กยังยึดมั่นในจุดยืนเรื่องการสร้างเมืองที่ทุกคนสามารถอาศัยอยู่ได้จริง โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพในเมืองที่แพงที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา การให้ความสำคัญกับสิทธิแรงงานและความเป็นธรรมในภาคส่วนต่างๆ จึงเป็นภารกิจหลักที่เขาต้องการทุ่มเทเวลาให้ในปี 2026 นี้ แทนการปรากฏตัวในงานอีเวนต์ระดับโลก เพื่อยืนยันว่าศักดิ์ศรีและความเป็นอยู่ของคนทำงานคือหัวใจสำคัญของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

ที่มา: Yahoo News, 10/5/2025 

เรื่องที่ได้รับความนิยม

Powered by Blogger.