คลื่นความขัดแย้งด้านแรงงานในประเทศเยอรมนีทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2026 โดยส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อหลายภาคส่วน ทั้งโรงพยาบาล โลจิสติกส์ สื่อมวลชน และธุรกิจค้าปลีก การเคลื่อนไหวที่สำคัญที่สุดอยู่ที่กลุ่มพนักงานธนาคาร Postbank ราว 12,000 คน ซึ่งสหภาพแรงงาน Verdi ได้เปิดให้สมาชิกลงคะแนนเสียงตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2026 เพื่อขอมติเสียงส่วนใหญ่ขั้นต่ำ 75% ในการอนุมัตินัดหยุดงานประท้วงแบบไม่มีกำหนดภายในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ หลังจากที่การเจรจาปรับขึ้นค่าจ้าง 8% (ไม่ต่ำกว่า 300 ยูโรต่อเดือน) ล้มเหลวลง โดยทั้งสองฝ่ายมีกำหนดจะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจารอบที่สี่ ณ กรุงเบอร์ลิน ในวันที่ 30 มิถุนายน 2026
นอกเหนือจากภาคการเงินแล้ว บุคลากรทางการแพทย์ราว 1,600 คนในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย 4 แห่งได้นัดหยุดงานประท้วงเพื่อเรียกร้องค่าจ้างเพิ่มขึ้น 7.5% ขณะที่พนักงานในห่วงโซ่อุปทานและห้างค้าปลีกรายใหญ่อย่าง Edeka และ Metro ในรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย รวมถึงในเมืองเบรเมนและโลเวอร์แซกโซนี ต่างยกระดับการประท้วงเพื่อบีบให้สมาคมนายจ้างยอมรับข้อเสนอเพิ่มค่าแรง 7% เช่นเดียวกับสถานีโทรทัศน์ WDR ที่พนักงานนัดหยุดงานประท้วงเตือนเป็นเวลา 48 ชั่วโมง นอกจากนี้ ที่ท่าเรือในเมืองดุยส์บวร์กยังเกิดการผละงานประท้วงครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษเพื่อเรียกร้องสิทธิ์การคุ้มครองตามข้อตกลงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ส่งผลให้เกิดแรงกดดันทางการเมืองต่อรัฐบาลในการเร่งบังคับใช้แผนคุ้มครองแรงงานทั่วประเทศ
















