คนทำงานประจำเรือในกรีซนัดหยุดงานประท้วงเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ส่งผลให้การบริการเรือข้ามฟากในประเทศหยุดชะงัก เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลและเจ้าของเรือเร่งอพยพลูกเรือที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่อ่าวเปอร์เซียท่ามกลางสงครามที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดย สหพันธ์คนประจำเรือกรีซ (Panhellenic Seamen's Federation - PNO) ระบุว่ามีเรือสัญชาติกรีซกว่า 325 ลำติดอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งเผชิญกับภัยคุกคามจากการโจมตีและการปิดล้อมบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอันเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการขนส่งน้ำมันโลก โดยมีรายงานเรือได้รับความเสียหายแล้ว 9 ลำ และมีลูกเรือเสียชีวิตอย่างน้อย 1 รายนับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง
ผลจากการเจรจาผ่าน เวทีการเจรจาระหว่างประเทศ (International Bargaining Forum - IBF) ร่วมกับ สมาพันธ์คนงานขนส่งระหว่างประเทศ (International Transport Workers’ Federation - ITF) นำมาสู่ข้อตกลงที่อนุญาตให้คนประจำเรือปฏิเสธการเดินเรือเข้าสู่พื้นที่เสี่ยงได้ โดยบริษัทต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งตัวกลับและจ่ายเงินชดเชยเท่ากับค่าจ้างพื้นฐาน 2 เดือน นอกจากนี้ยังมีการปรับเพิ่มค่าจ้างและเพิ่มเงินชดเชยกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพเป็นสองเท่า ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงในกรุงเอเธนส์และเมืองไพรีอัสยังคงยืนหยัดเรียกร้องให้ยุติการส่งแรงงานไปเสี่ยงชีวิตเพื่อผลกำไรทางธุรกิจและวอนให้รัฐบาลเร่งนำพนักงานทุกคนกลับสู่มาตุภูมิโดยเร็ว
















