สี่ทศวรรษหลังภัยพิบัติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล (Chernobyl) นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบอนน์ ประเทศเยอรมนี พบว่าลูกหลานของคนงานที่เข้าร่วมทำความสะอาดพื้นที่มีจำนวนการกลายพันธุ์ในดีเอ็นเอสูงกว่าคนทั่วไป งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports โดยศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างรวม 1,515 คน พบว่าลูกของคนงานเชอร์โนบิลมีการกลายพันธุ์แบบกลุ่ม (clustered de novo mutations) เฉลี่ย 2.65 ครั้งต่อคน เทียบกับเพียง 0.88 ครั้งในกลุ่มที่พ่อแม่ไม่เคยสัมผัสรังสี และยังพบว่ายิ่งพ่อแม่ได้รับรังสีในปริมาณมากเท่าใด ลูกยิ่งมีการกลายพันธุ์มากขึ้นเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยพบว่าความเสี่ยงต่อโรคจากการกลายพันธุ์เหล่านี้อยู่ในระดับต่ำมาก เนื่องจากการกลายพันธุ์เกิดขึ้นในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการสร้างโปรตีน จึงไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และลูกหลานคนงานเชอร์โนบิลไม่มีความเสี่ยงต่อโรคสูงกว่าประชาชนทั่วไปแต่อย่างใด

















