Friday, March 20, 2026

Thai Worker Killed in Israel Amid Middle East Conflict

BANGKOK, 19 March 2026 - A Thai agricultural worker was killed in Israel late Wednesday following combat operations, the Ministry of Foreign Affairs reported on Thursday.

Panil Pachimsawat, Acting Director-General of the Department of Information, confirmed the death during a daily briefing by the Center for Administration and Monitoring of the Situation in the Middle East.

The Royal Thai Embassy in Tel Aviv has notified the victim's family and is coordinating with Israeli authorities and the Ministry of Labour to repatriate the body. Officials pledged to ensure the family receives full benefits and compensation.

Evacuation efforts continue across the region, with two Thais arriving from Iran this morning and four others scheduled to cross the Iranian border on March 23. To date, 1,173 Thai nationals have been assisted in departing high-risk areas.

The ministry urged those seeking evacuation to contact the embassy in Tel Aviv immediately and advised all citizens to strictly follow official safety guidelines.

Source: TNA 

Thailand Seeks Iran’s Help for Thai Crew, Safe Passage Through Strait of Hormuz

BANGKOK — The Iranian ambassador to Thailand met with Sihasak Phuangketkeow, Thailand’s Minister of Foreign Affairs, on March 19, 2026, to discuss assistance for three Thai crew members aboard the vessel Mayuree Naree and to ensure safe passage for Thai commercial ships through the Strait of Hormuz.

During the meeting, the Thai side reiterated its request for support in securing the safety of the crew and maintaining uninterrupted maritime navigation. The Iranian ambassador said he had already conveyed these concerns to authorities in Tehran, adding that Iran, in principle, is willing to assist on both matters.

Regarding the Mayuree Naree, Iran is currently coordinating with Oman to help rescue the remaining crew and tow the vessel. However, the ambassador noted that ongoing indiscriminate airstrikes along coastal areas by the United States and Israel have made operations significantly more difficult.

He advised that the Royal Thai Navy should coordinate directly with Oman’s coast guard, which could then liaise with Iranian authorities through naval channels.

On the issue of Thai commercial vessels transiting the Strait of Hormuz, both sides held discussions, with the Iranian ambassador expressing support for Thailand, as a friendly nation, to be granted safe passage. He added that he would follow up with Iranian authorities and seek a formal response as soon as possible.

วารสารคนทำงาน มีนาคม 2569


ดาวน์โหลดฟรี วารสารคนทำงาน (Workazine) มีนาคม 2569 ในฉบับพบกับ .. งานวิจัยพบ 'ออฟฟิศแบบเปิด' เพิ่มความเสี่ยงถูกกลั่นแกล้งในที่ทำงาน [หน้า 18] HRW เผยอุซเบกิสถานบังคับเกษตรกรฝ้าย-ข้าวสาลีทำตามโควตา ขู่ยึดที่ดิน-ทำร้ายร่างกาย [หน้า 22] เกาหลีใต้เดินหน้าปฏิรูปกฎหมายความปลอดภัยแรงงาน โทษปรับใหม่ผูกกับกำไรบริษัท [หน้า 26] 'วิกฤตพยาบาลไทย' วงจรอุบาทว์ที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน [หน้า 30]

ดาวน์โหลดฟรีได้ที่

scribd.com >> https://tinyurl.com/yjctdtvz

mebmarket.com >> https://tinyurl.com/mebworkazine

workazine.com >> https://tinyurl.com/workazinedownload

พนักงานโรงหนังอิสระระดับตำนานในเมืองบรู๊คไลน์ รัฐแมสซาชูเซตส์ โหวตอนุมัติสไตรค์ หลังเจรจาสัญญาจ้างไม่คืบ

พนักงานของ โรงภาพยนตร์คูลิจ คอร์เนอร์ (Coolidge Corner Theatre) โรงหนังอิสระระดับตำนานในเมืองบรู๊คไลน์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ลงมติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นกว่าร้อยละ 80 เพื่ออนุมัติการนัดหยุดงานประท้วง หลังจากกระบวนการเจรจาสัญญาจ้างงานฉบับแรกระหว่างสหภาพแรงงานและฝ่ายบริหารเกิดสภาวะชะงักงันมานานหลายสัปดาห์ โดยพนักงานได้รวมตัวกันภายใต้ สหภาพแรงงานยานยนต์แห่งสหรัฐอเมริกา สาขา 1596 (United Autoworkers Local 1596 - UAW) ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2024

ประเด็นขัดแย้งหลักในการเจรจาคือเรื่อง "ความมั่นคงในการทำงาน" โดยเฉพาะการคุ้มครองพนักงานพาร์ตไทม์และพนักงานชั่วคราว รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับการนำตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ มาใช้ ซึ่งทางสหภาพต้องการข้อตกลงที่พบกันครึ่งทางเพื่อรักษาตำแหน่งงานเดิมไว้ แม้ฝ่ายบริหารจะระบุว่าได้เสนอแผนการจ้างงานที่ครอบคลุมและยั่งยืนแล้ว แต่ทางตัวแทนสหภาพเผยว่าการเจรจาเป็นไปอย่างล่าช้าและมีการผ่อนปรนเงื่อนไขมามากพอแล้ว อย่างไรก็ตาม การโหวตครั้งนี้เป็นเพียงขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อเตรียมพร้อม แต่ยังไม่มีการกำหนดวันหยุดงานทันที โดยพนักงานยังคงหวังว่าการเจรจาในรอบถัดไปจะมีความคืบหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการประท้วง

ที่มา: boston.com, 20/3/2026 

วิกฤตแรงงานธนาคารโรมาเนีย 3 แบงก์ยักษ์ถอนตัวทำข้อตกลงร่วมล่ม กระทบพนักงาน 3 หมื่นคน

สหภาพแรงงานระดับภูมิภาคยุโรป (UNI Europa) ผนึกกำลังเข้าพบรัฐบาลและกลุ่มนายจ้างในกรุงบูคาเรสต์ เพื่อคลี่คลายวิกฤตการณ์ในภาคการธนาคารของโรมาเนีย หลังจากธนาคารข้ามชาติ 3 แห่ง ได้แก่ Raiffeisen Bank, Societe Generale (BRD) และ ING ตัดสินใจถอนตัวจากการเป็นสมาชิก สภาจ้างงานธนาคารโรมาเนีย (Romanian Council of Bank Employers - CPBR) ส่งผลให้การคุ้มครองตามข้อตกลงร่วมระดับสถาบัน (Sectoral Collective Bargaining) ยุติลง และจะทำให้พนักงานธนาคารกว่า 30,000 คน หรือร้อยละ 60 ของทั้งอุตสาหกรรม ขาดการคุ้มครองด้านสิทธิและสวัสดิการขั้นพื้นฐานตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2026 เป็นต้นไป

การถอนตัวของธนาคารทั้งสามแห่งส่งผลให้สัดส่วนตัวแทนของสภาจ้างงานฯ ลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยละ 35 ซึ่งเป็นระดับขั้นต่ำตามกฎหมายที่จะทำให้ข้อตกลงระดับภาคส่วนมีผลบังคับใช้ได้ทั่วทั้งอุตสาหกรรม โดยข้อตกลงเดิมมีการระบุสิทธิสำคัญ เช่น ค่าจ้างขั้นต่ำเฉพาะกลุ่ม ภาระผูกพันในการจ่ายค่าชดเชย และเวลาพักผ่อนที่ชัดเจน ทางด้านตัวแทนจาก สหพันธ์สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมการเงิน (Federation of Financial Industry Unions - FSIF) และ สหพันธ์สหภาพแรงงานประกันภัยและธนาคาร (Federation of Insurance and Banking Trade Unions - FSAB) ระบุว่าการกระทำนี้ขัดต่อเป้าหมายของสหภาพยุโรปที่ต้องการขยายความครอบคลุมของข้อตกลงร่วมให้ถึงร้อยละ 80 พร้อมเรียกร้องให้ธนาคารทั้งสามกลับเข้าสู่การเจรจาเพื่อสร้างความเป็นธรรมท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล

ที่มา: UNI Global Union, 19/3/2026 

Thursday, March 19, 2026

สหภาพแรงงานออสเตรเลียจี้เก็บภาษีลาภลอยบริษัทพลังงาน 25% หลังวิกฤตสงครามดันราคาน้ำมันพุ่ง

สภาสหภาพแรงงานแห่งออสเตรเลีย (Australian Council of Trade Unions - ACTU) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลกลางเร่งแก้ไขระบบการจัดเก็บภาษีทรัพยากรปิโตรเลียม (Petroleum Resource Rent Tax - PRRT) โดยเสนอให้เปลี่ยนมาเป็นการเก็บภาษีร้อยละ 25 จากรายได้การส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) แทน เพื่อให้มั่นใจว่าผลกำไรมหาศาลหรือ "กำไรจากลาภลอย" (Windfall profits) ของบริษัทข้ามชาติด้านน้ำมันและก๊าซอย่าง Woodside และ Santos จะถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์ของชาวออสเตรเลียในช่วงที่ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์สงครามในอิหร่าน

ทางสหภาพระบุว่า ในขณะที่คนทำงานต้องแบกรับภาระราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่แพงขึ้นและภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นจากการประชุม ธนาคารกลางออสเตรเลีย (Reserve Bank of Australia - RBA) แต่ระบบภาษีปัจจุบันกลับล้มเหลวในการจัดเก็บรายได้จากทรัพยากรของชาติ โดยในปีงบประมาณ 2023-2024 ระบบเดิมจัดเก็บภาษีได้ไม่ถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งน้อยกว่าร้อยละ 9 ของยอดที่ควรจะได้ตามข้อเสนอใหม่ที่อาจสูงถึง 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ACTU ย้ำว่ารัฐบาลต้องไม่ปล่อยให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2022 ที่บริษัทพลังงานกวาดกำไรไปกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ในขณะที่ประชาชนต้องรัดเข็มขัดจากภาวะเงินเฟ้อที่ลามไปทั่วห่วงโซ่อุปทาน

ที่มา: ACTU, 18/3/2026 

Wednesday, March 18, 2026

สหภาพแรงงาน Samsung Electronics มีมติเตรียมหยุดงานประท้วงเดือนพฤษภาคม 2026 ปมเงินโบนัส

พนักงานที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานของ ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics) ลงมติเห็นชอบให้มีการนัดหยุดงานประท้วงครั้งใหญ่ในเดือนพฤษภาคม 2026 เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมด้านเงินโบนัสตามผลประกอบการ โดยจากการลงคะแนนเสียงที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม พบว่ามีผู้เข้าร่วมกว่า 66,000 คน และร้อยละ 93.1 เทคะแนนสนับสนุนแผนการสไตรค์ ซึ่งถือเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของสมาชิกจาก 3 สหภาพแรงงาน รวมถึง สหภาพแรงงานซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National Samsung Electronics Union - NSEU) ที่มีสมาชิกรวมกันกว่า 90,000 คน

ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา มีประเด็นหลักอยู่ที่ข้อเรียกร้องให้เปิดเผยเกณฑ์การคำนวณโบนัสอย่างโปร่งใส การยกเลิกเพดานการจ่ายเงินจูงใจพิเศษที่ผูกกับกำไรจากการดำเนินงานของแต่ละแผนก โดยเฉพาะในหน่วยธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ที่สร้างรายได้มหาศาล รวมถึงการขอขึ้นค่าจ้างร้อยละ 7 ขณะที่ทางฝั่ง Samsung Electronics เสนอปรับขึ้นร้อยละ 6.2 พร้อมมอบหุ้นบริษัทให้คนละ 20 หุ้น แต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องเพดานโบนัสได้ การประท้วงที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ถือเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ของบริษัท นับตั้งแต่การสไตรค์ครั้งแรกในปี 2024

ที่มา: The Korea Times, 18/3/2026 

สหภาพครูญี่ปุ่นขยายการช่วยเหลือโรงเรียนบุตรหลานแรงงานข้ามชาติและผู้ลี้ภัยในไทย

ท่ามกลางวิกฤตการเมืองและการสู้รบในเมียนมา "โรงเรียนปารมี" (Parami School) ซึ่งก่อตั้งโดย สหพันธ์สหภาพแรงงานเมียนมา (Confederation of Trade Unions of Myanmar - CTUM) ตั้งแต่ปี 1998 ในประเทศไทย ยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่สำคัญสำหรับบุตรหลานแรงงานข้ามชาติและผู้ลี้ภัย ล่าสุด สหภาพครูญี่ปุ่น (Japan Teachers' Union - JTU) ได้ประกาศขยายความช่วยเหลือทางการเงินและสวัสดิการไปจนถึงปี 2029 เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาและเงินเดือนครูที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ร่วมขบวนการอารยะขัดขืน ซึ่งกำลังเผชิญกับความไม่มั่นคงทางสถานะกฎหมายในต่างแดน

ปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้ดูแลนักเรียนกว่า 505 คน ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงมัธยมศึกษา โดยจัดการเรียนการสอนที่ครอบคลุมทั้งภาษาเมียนมา ไทย อังกฤษ ไปจนถึงวิชาชีพอย่างการเย็บผ้าและงานไฟฟ้า แม้จะประสบปัญหาขาดแคลนอุปกรณ์การแพทย์ หอพัก และรถรับส่งนักเรียน รวมถึงความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อมีนาคม 2025 แต่ความช่วยเหลือจาก JTU และ สหภาพแรงงานพนักงานท้องถิ่นแห่งญี่ปุ่น (All-Japan Prefectural and Municipal Workers Union - JICHIRO) ได้กลายเป็นสายป่านสำคัญที่ช่วยให้เด็ก ๆ สามารถเรียนต่อในมหาวิทยาลัยไทยหรือเข้าสู่ตลาดงานที่มีคุณค่า เพื่อวางรากฐานสู่สังคมประชาธิปไตยในอนาคต

ที่มา: Education International, 17/3/2026 

Tuesday, March 17, 2026

Chiang Rai Medical Staff Protest 12-Hour Shift Plan, Say “We Are Not Robots”

CHIANG RAI, Thailand — On the morning of March 16, 2026, medical personnel at Chiangrai Prachanukroh Hospital gathered in front of the hospital’s flagpole courtyard to protest a proposed shift to 12-hour work schedules.

The group, which included doctors, nurses, and frontline healthcare workers, held signs and voiced opposition to the policy, arguing that extended shifts would worsen working conditions rather than solve staffing shortages.

The protest follows a central proposal aimed at addressing workforce shortages by extending shifts from 8 hours to 12 hours. While authorities previously described the measure as optional, frontline staff—already under intense pressure caring for large numbers of patients—say the change is neither sustainable nor effective.

Healthcare workers warned that prolonged 12-hour shifts could increase health risks for staff and potentially compromise patient safety due to fatigue and reduced performance.

The demonstration featured messages reflecting frustration and emotional strain, including: “Restore quality of life for nurses,” “12 hours doesn’t reduce burnout—it increases the burden,” “Listen to frontline workers,” and “12-hour shifts affect our families.” One of the most striking slogans read: “Reduce burnout—humans are not robots.”

Protesters called on policymakers and relevant authorities to genuinely listen to frontline workers and work collaboratively toward sustainable workforce solutions that ensure both staff well-being and high standards of patient care.


ITF เรียกร้องยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานการบินพลเรือนและบุคลากรในตะวันออกกลาง

สมาพันธ์แรงงานขนส่งระหว่างประเทศ (International Transport Workers’ Federation - ITF) ออกโรงเตือนถึงอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตของพนักงานในอุตสาหกรรมการบินพลเรือน ท่ามกลางเหตุโจมตีสนามบินในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียและตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นในเดือนมีนาคม 2026 โดยระบุว่าการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือนถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ซึ่งส่งผลให้ทั้งพนักงานและผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บแล้วหลายราย ขณะที่แรงงานในภูมิภาคต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ความกดดันมหาศาลเพื่อดูแลเที่ยวบินอพยพและรักษาการดำเนินงานที่จำเป็นในสภาวะที่อันตรายและไม่แน่นอน

ทางสมาพันธ์ฯ เน้นย้ำว่าความปลอดภัยของพนักงานและผู้โดยสารต้องเป็นลำดับความสำคัญสูงสุด และเรียกร้องให้รัฐบาลต่าง ๆ ยุติการกระทำที่ส่งผลอันตรายต่อบุคลากรการบิน นอกจากนี้ ผลกระทบของความขัดแย้งยังขยายวงกว้างไปทั่วโลก ส่งผลให้สายการบินต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินและปิดน่านฟ้า ซึ่งสร้างภาระหนักให้แก่ลูกเรือ พนักงานภาคพื้นดิน และเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศที่ต้องรับมือกับการหยุดชะงักของการดำเนินงานครั้งใหญ่ โดย ITF ยืนหยัดร่วมกับสหภาพแรงงานสมาชิกกว่า 3 ล้านคนทั่วโลกในการเรียกร้องให้ยุติสงครามและหันกลับมาใช้แนวทางทางการทูตเพื่อความปลอดภัยของมวลมนุษยชาติ

ที่มา: ITF, 17/3/2026 

Monday, March 16, 2026

ผลสำรวจชี้แรงงานภาคผลิตเกาหลีใต้ 9 ใน 10 เผชิญความวิตกกังวลด้านการจ้างงาน หลังหุ่นยนต์รุกคืบโรงงาน

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเกาหลีใต้ เปิดเผยรายงานผลสำรวจสิทธิมนุษยชนด้านแรงงาน พบว่าพนักงานในภาคการผลิตร้อยละ 90 มีความกังวลว่าตำแหน่งงานของตนจะลดลงหรือถูกเปลี่ยนไปเนื่องจากการนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาใช้ โดยผลสำรวจจากแรงงาน 500 คนในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และแบตเตอรี่ทุติยภูมิระบุว่า สถานประกอบการขนาดใหญ่ที่มีพนักงานมากกว่า 500 คน มีสัดส่วนการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในบางส่วนของกระบวนการสูงถึงร้อยละ 49.1 และแนวโน้มนี้กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

นอกเหนือจากความกังวลเรื่องความมั่นคงในอาชีพ แรงงานร้อยละ 61.2 ยังรายงานว่าเคยประสบอุบัติเหตุจากการทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ เช่น การถูกกระแทกหรือถูกเครื่องจักรดึงรั้ง และร้อยละ 30.4 เคยเผชิญสถานการณ์อันตรายจากการเคลื่อนไหวที่คาดเดาไม่ได้ของหุ่นยนต์ เช่น การเร่งความเร็วอย่างกะทันหัน ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงทางกายภาพรูปแบบใหม่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี

ทีมวิจัยเน้นย้ำว่า แม้การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอาจดูเหมือนสร้างความมั่นคงในเชิงปริมาณ แต่ในเชิงคุณภาพกลับพบปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงานในรูปแบบใหม่ เช่น ความเข้มข้นของงานที่เพิ่มขึ้น และการโยนความรับผิดชอบไปยังตัวบุคคล หากการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอัตโนมัตินำไปสู่การจ้างเหมาช่วงหรือการจ้างงานที่ไม่มั่นคง อาจทำให้เกิดโครงสร้าง "แรงงานที่ไม่เสถียรและไร้ตัวตน" (Invisible unstable labor) ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์ของความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรม

ที่มา: The Chosun Daily, 16/3/2026 

Sunday, March 15, 2026

สปป.ลาว ตั้งเป้าส่งแรงงานไปเกาหลีใต้ 1.7 หมื่นคนในปี 2026 หวังดึงเงินตราต่างประเทศแก้เศรษฐกิจ

รัฐบาล สปป.ลาว โดย กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ประกาศแผนยุทธศาสตร์ส่งออกแรงงานระยะยาวปี 2026–2030 โดยตั้งเป้าหมายส่งแรงงานไปทำงานตามฤดูกาล (Seasonal Worker Program) ณ ประเทศเกาหลีใต้ มากกว่า 17,000 คนภายในปี 2026 นี้ เพื่อสร้างรายได้และพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน โดยแรงงานในโครงการนี้สามารถสร้างรายได้เฉลี่ย 1,600 ถึง 2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ซึ่งสูงกว่าค่าจ้างในประเทศที่ผู้จบปริญญาตรีจะได้รับเพียงประมาณ 375 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน

ในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2026 เริ่มมีการส่งแรงงานชุดแรกไปยังเมืองยองชอนและอำเภอคกซองของเกาหลีใต้เพื่อทำงานในภาคเกษตรกรรม เช่น การปลูกมะเขือเทศ พีช และพุทรา โดยทางเกาหลีใต้ได้อำนวยความสะดวกด้วยการจัดล่ามภาษาลาวและพิจารณาขยายสัญญาจ้างจาก 5 เดือนเป็น 8 เดือนเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่แรงงาน ขณะที่รัฐบาลลาวเร่งปรับปรุงหลักสูตรอบรมทักษะภาษาก่อนเดินทางและลดขั้นตอนทางทะเบียนราษฎร์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของการส่งออกแรงงานได้สร้างความท้าทายต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยปัจจุบัน สปป.ลาว กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานในประเทศกว่า 800,000 คน จากประชากรวัยทำงานทั้งหมดประมาณ 5 ล้านคน เนื่องจากแรงงานจำนวนมากตัดสินใจไปทำงานต่างประเทศเพื่อรายได้ที่สูงกว่า รมว.แรงงาน โพไซ ไซยะสอน ระบุว่ารัฐบาลกำลังเร่งหาจุดสมดุลระหว่างการรับเงินโอนจากต่างประเทศที่มีมูลค่าสูงถึง 426 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี กับการรักษาบุคลากรเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในท้องถิ่นให้เดินหน้าต่อไปได้

ที่มา: The Laotian Times, 15/3/2026 

Saturday, March 14, 2026

ฝันสลายในดูไบ แรงงานปากีสถานเซ่นพิษสงครามตะวันออกกลาง กระทบรายได้ส่งกลับประเทศ

เหตุการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตแรงงานชาวปากีสถานในอ่าวเปอร์เซีย โดยล่าสุดมีรายงานว่าแรงงานชาวปากีสถานอย่างน้อย 2 รายเสียชีวิตจากการโจมตีโต้ตอบของอิหร่านในดูไบเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หนึ่งในผู้เสียชีวิตคือแรงงานวัย 27 ปีที่เป็นเสาหลักเพียงคนเดียวของครอบครัว ซึ่งเสียชีวิตจากเศษซากขีปนาวุธที่ถูกสกัดกั้นตกใส่รถยนต์ สร้างความโศกเศร้าและจุดกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และปากีสถานเร่งให้ความคุ้มครองรวมถึงเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสีย

นักวิเคราะห์จาก Capital Economics เตือนว่าหากความขัดแย้งยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องถึงรายได้ที่แรงงานส่งกลับประเทศ โดยปัจจุบันรายได้ส่วนนี้มีความสำคัญมหาศาลต่อปากีสถาน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3 ถึง 5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ปากีสถานได้รับเงินส่งกลับสูงถึง 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.2 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

แม้ว่าขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศของปากีสถานจะระบุว่ายังไม่มีการอพยพกลับประเทศขนานใหญ่ แต่วิกฤตสงครามได้ส่งผลกระทบวงกว้าง ทั้งราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นในประเทศ และการเดินทางกลับของชาวปากีสถานกว่า 4,000 คนจากอิหร่าน ครอบครัวของผู้เสียชีวิตสะท้อนความผิดหวังที่ครั้งหนึ่งเคยเชื่อว่าดูไบเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในโลกสำหรับการหาเลี้ยงชีพ แต่กลับต้องรับศพลูกหลานกลับบ้านท่ามกลางไฟสงครามที่พวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ที่มา: Geo Television Network, 14/3/2026 

Friday, March 13, 2026

สหภาพแรงงานเบลเยียมเตรียมประท้วงใหญ่ คัดค้านนโยบายบำนาญที่กระทบต่อผู้หญิง

ความตึงเครียดทางการเมืองในเบลเยียมพุ่งสูงขึ้นก่อนการประท้วงใหญ่ในกรุงบรัสเซลส์ หลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงบำนาญแสดงทัศนะต่อร่างปฏิรูปบำนาญของรัฐบาล โดยร่างกฎหมายดังกล่าวมีมาตรการ "ค่าปรับบำนาญ" (Pension penalty) ที่จะลดเงินสวัสดิการสำหรับผู้ที่เกษียณอายุก่อนกำหนดโดยมีอายุงานไม่ครบตามเกณฑ์ ซึ่งนักวิจารณ์และสหภาพแรงงานชี้ว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้หญิงอย่างไม่เป็นธรรม เนื่องจากผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะทำงานพาร์ตไทม์หรือหยุดงานเพื่อดูแลครอบครัวมากกว่าผู้ชาย

ความโกรธแค้นทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงบำนาญเสนอแนะว่าผู้หญิงควรปรับพฤติกรรมโดยการหันมาทำงานฟูลไทม์มากขึ้นในอนาคตเพื่อรักษาสิทธิบำนาญ ซึ่งคำกล่าวนี้ถูกมองว่าเป็นการละเลยข้อเท็จจริงทางสังคมและภาระงานดูแลที่ผู้หญิงแบกรับอยู่ สหภาพแรงงานระบุว่านโยบายนี้จะยิ่งขยายช่องว่างทางรายได้ระหว่างเพศให้กว้างขึ้น แม้รัฐบาลจะโต้แย้งว่าความเปลี่ยนแปลงนี้จำเป็นต่อความยั่งยืนทางการเงินของประเทศท่ามกลางสังคมผู้สูงอายุ และยืนยันว่าการลาเพื่อดูแลบุตรหรือการเจ็บป่วยจะยังถูกนับรวมในสิทธิบำนาญ แต่กลุ่มผู้ประท้วงยืนกรานว่านี่คือการทำลายสิทธิทางสังคมและกดดันให้คนทำงานต้องแบกรับภาระที่หนักเกินไป

ที่มา: Belga News Agency, 12/3/2026 

ไทเปเริ่มนำร่องโครงการ “ลดชั่วโมงทำงานเพื่อเลี้ยงลูก” หนุนพ่อแม่มีเวลาให้ครอบครัว

กรุงไทเปเริ่มเดินหน้าโครงการ “ลดชั่วโมงทำงานเพื่อเลี้ยงลูก” ตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้ โดย เจี่ยงว่านอัน ผู้ว่าการกรุงไทเป เปิดเผยว่า จนถึงวันที่ 12 มีนาคม มีบริษัทแล้ว 139 แห่ง ยื่นสมัครเข้าร่วมโครงการ และยังมีภาคธุรกิจจำนวนมากสอบถามรายละเอียดอย่างต่อเนื่อง ทางกรุงไทเปจะใช้ช่วงทดลองโครงการเพื่อปรับปรุงมาตรการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมยินดีแบ่งปันประสบการณ์ให้รัฐบาลกลางและท้องถิ่นอื่น ๆ นำไปประยุกต์ใช้ต่อไป

โครงการนี้มุ่งส่งเสริมให้บริษัทที่ตั้งอยู่ในกรุงไทเป อนุญาตให้พนักงานที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในไทเป และมีบุตรอายุต่ำกว่า 12 ปี ซึ่งต้องรับส่งบุตรด้วยตนเอง สามารถลดเวลาทำงานลงวันละ 1 ชั่วโมง โดยเทศบาลกรุงไทเปจะให้เงินสนับสนุน สูงสุดคนละ 15,000 เหรียญไต้หวัน และกำหนดเพดานเงินสนับสนุนสำหรับแต่ละบริษัทไว้ที่ ไม่เกิน 100,000 เหรียญไต้หวัน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวและสนับสนุนให้พ่อแม่มีเวลามากขึ้นในการดูแลบุตร

เจียงว่านอันยังระบุว่า โครงการนี้เป็นเพียง โครงการนำร่อง ที่มุ่งกระตุ้นให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยระหว่างดำเนินการจะมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดภาระของครอบครัวที่มีลูกเล็ก และให้พ่อแม่สามารถสร้างสมดุลระหว่างงานกับครอบครัวได้ดียิ่งขึ้น

ที่มา: Radio Taiwan International, 13/3/2026 

Thursday, March 12, 2026

รัฐโคโลราโดเสนอร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานจากอุณหภูมิสุดโต่ง เน้นเก็บข้อมูลก่อนบังคับใช้จริงปี 2028

สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐโคโลราโดได้เสนอร่างกฎหมาย HB 26-1272 เพื่อกำหนดมาตรฐานการคุ้มครองความปลอดภัยสำหรับพนักงานที่ต้องทำงานท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดหรือหนาวจัด โดยในปีนี้ผู้เสนอร่างกฎหมายได้ปรับเปลี่ยนแนวทางเป็นแบบ "ค่อยเป็นค่อยไป" เพื่อลดแรงกดดันจากภาคธุรกิจที่เคยคัดค้านร่างกฎหมายฉบับปีก่อนว่าเป็นการใช้อำนาจควบคุมที่เกินขอบเขต ซึ่งร่างกฎหมายใหม่นี้มุ่งเน้นไปที่การให้ความยืดหยุ่นตามลักษณะของแต่ละอุตสาหกรรม

ภายใต้ร่างกฎหมายฉบับนี้ กรมแรงงานและการจ้างงานโคโลราโด (Colorado Department of Labor and Employment - CDLE) จะต้องเริ่มเก็บข้อมูลการบาดเจ็บจากการทำงานที่เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิในปี 2027 และจัดทำ "แผนแม่บทเพื่อการป้องกัน" ให้แก่นายจ้างภายในต้นปี 2028 จากนั้นนายจ้างทุกภาคส่วนรวมถึงหน่วยงานรัฐจะต้องยื่นแผนป้องกันของตนเองเพื่อให้กรมฯ อนุมัติภายในเดือนกันยายน 2028 ซึ่งแผนดังกล่าวอาจรวมถึงการจัดหาจุดพักผ่อน น้ำดื่ม ร่มเงา หรือมาตรการบรรเทาความร้อนและสร้างความอบอุ่นที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายนี้ยังคงเผชิญกับการคัดค้านจากกลุ่มธุรกิจ เช่น สมาคมอุตสาหกรรมการก่อสร้างและกลุ่มผู้ประกอบการสกี โดยอ้างว่ากฎหมายนี้เป็นการซ้ำซ้อนกับมาตรฐานของ สำนักงานบริหารความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (Occupational Safety and Health Administration - OSHA) และจะสร้างภาระงบประมาณให้แก่รัฐมากกว่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ในขณะที่รัฐกำลังเผชิญกับวิกฤตงบประมาณขาดดุล ทั้งนี้ ร่างกฎหมายมีกำหนดการพิจารณาในวาระแรกของคณะกรรมการในวันที่ 18 มีนาคม 2026

ที่มา: States Newsroom, 12/3/2026 

สหภาพแรงงานอิสราเอลจี้รัฐสั่งปิดไซต์งานที่ไร้มาตรฐานความปลอดภัย หลังคนงานเสียชีวิตจากวิถีขีปนาวุธ

สหภาพแรงงานก่อสร้างและไม้ (Construction and Wood Workers’ Union) ร่วมกับองค์กร Kav LaOved และภาคประชาสังคม ได้ยื่นหนังสืออุทธรณ์ด่วนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรียกร้องให้สั่งปิดสถานที่ทำงานที่ละเมิดแนวทางความปลอดภัยในทันที หลังจากมีคนงาน 2 รายเสียชีวิตจากสะเก็ดขีปนาวุธของอิหร่าน ณ ไซต์งานก่อสร้างในเมืองเยฮุด โดยเน้นย้ำว่าแนวทางของกองบัญชาการแนวหลัง (Home Front Command) จะต้องไม่เอื้อให้นายจ้างนำชีวิตคนงานไปเสี่ยงกับอันตรายที่หลีกเลี่ยงได้

หนังสืออุทธรณ์ระบุว่า นายจ้างมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในการจัดเตรียมพื้นที่ป้องกัน (Protected spaces) ที่ได้มาตรฐาน และรัฐต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานข้ามชาติและแรงงานอพยพกว่า 240,000 คน ที่ต้องทำงานกลางแจ้งในภาคเกษตรกรรมและก่อสร้าง ซึ่งหลายคนเผชิญกับสถานการณ์สู้รบเป็นครั้งแรกและมีข้อจำกัดด้านภาษาในการเข้าถึงคำเตือนภัย องค์กรต่าง ๆ จึงเรียกร้องให้มีการฝึกอบรมพนักงานในภาษาที่พวกเขาเข้าใจ และสั่งห้ามเปิดสถานประกอบการที่ไม่มีพื้นที่กำบังที่ปลอดภัยสำหรับพนักงานทุกคน เนื่องจากเป็นเรื่องความเป็นความตายที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก

ที่มา: Davar, 11/3/2026 

Wednesday, March 11, 2026

กองตรวจคนเข้าเมืองฮ่องกงกวาดล้างแรงงานข้ามชาติลอบทำงานเสริม-นายจ้างรับคนผิดกฎหมาย

กองตรวจคนเข้าเมืองฮ่องกง (Immigration Department - ImmD) ดำเนินการจู่โจมตรวจสอบครั้งใหญ่เป็นเวลา 3 วัน เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยสามารถจับกุมผู้กระทำผิดรวม 20 ราย แบ่งเป็นแรงงานผิดกฎหมาย 14 ราย และนายจ้าง 6 ราย ซึ่งไฮไลต์สำคัญของการจับกุมครั้งนี้คือการบุกตรวจบริเวณสะพานลอยและอุโมงค์ในย่านเซ็นทรัล พบกลุ่มลูกจ้างทำงานบ้านชาวต่างชาติฉวยโอกาสในวันหยุดตั้งร้านชั่วคราวเพื่อให้บริการนวดและทำเล็บแก่เพื่อนร่วมอาชีพ โดยคิดค่าบริการประมาณ 50 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อครั้ง ซึ่งถือเป็นการละเมิดเงื่อนไขการจ้างงานที่อนุญาตให้ทำงานเฉพาะในครัวเรือนของนายจ้างที่ระบุในสัญญาเท่านั้น

เจ้าหน้าที่ระบุว่าในกลุ่มแรงงานที่ถูกจับกุม มีทั้งลูกจ้างที่ยังมีสัญญาจ้าง ผู้ที่อยู่เกินกำหนด (Overstayer) ผู้ถือวีซ่านักท่องเที่ยว และผู้ถือหนังสือรับรอง (Recognisance form) โดยบางส่วนถูกพบว่าลักลอบทำงานเป็นพนักงานล้างจานและผู้ช่วยในครัวตามร้านอาหาร รวมถึงสถานดูแลผู้สูงอายุ ด้านนายจ้างชาวฮ่องกง 6 รายถูกจับกุมในฐานะเจ้าของสถานประกอบการที่จ้างงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ ทางการได้ย้ำเตือนว่าลูกจ้างที่ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี และปรับ 50,000 ดอลลาร์ฮ่องกง ส่วนนายจ้างที่รับแรงงานผิดกฎหมายเข้าทำงานอาจเผชิญโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี และปรับหนักถึง 500,000 ดอลลาร์ฮ่องกง หากลูกจ้างรายนั้นเป็นผู้เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายหรืออยู่เกินกำหนด

ที่มา: HKFP, 11/3/2026 

New Nursing Work Hour Rules Take Effect to Improve Patient and Staff Safety

11 March 2026 - A new regulation on nursing work hours has officially come into force after being published in the Royal Gazette. The measure sets clearer limits on working hours for nurses in order to improve patient safety and reduce risks caused by fatigue among healthcare staff.

The regulation aims to raise standards in scheduling and managing nursing work shifts. Authorities emphasize that adequate staffing and proper working conditions are key factors in maintaining a high-quality healthcare system.

Under the new rules, hospitals and healthcare facilities must ensure that a nurse’s total working time does not exceed 12 hours per day and 52 hours per week, including overtime and on-call duties.

The regulation also requires a minimum rest period of 11 hours between shifts to reduce fatigue and prevent errors caused by overwork. Hospitals are advised to avoid scheduling practices known as “quick return”, where nurses are required to return to work too soon after finishing a shift.

In addition, healthcare facilities must introduce measures to support the safety and well-being of nursing staff. These include providing break periods during shifts, recovery time after heavy workloads, and designated rest areas, particularly for staff working night shifts.

The new guideline also encourages hospitals to improve their nursing workforce management systems. This includes promoting staff well-being, preventing burnout, and supporting a better balance between work and rest.

Officials say the new standards are expected to strengthen the management of nursing personnel, reduce fatigue-related risks, and improve safety for both patients and healthcare workers in the long term.

Tuesday, March 10, 2026

คนทำงานภาครัฐกานากว่า 6 หมื่นคนนัดหยุดงานประท้วงทั่วประเทศ เมินคำเตือนผิดกฎหมาย จี้รัฐบาลปรับโครงสร้างเงินเดือน


พนักงานรัฐและเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในกานากว่า 60,000 คน เริ่มนัดหยุดงานประท้วงทั่วประเทศ ตามประกาศของ สมาคมพนักงานบริการพลเรือนและส่วนท้องถิ่นแห่งกานา (Civil and Local Government Staff Association of Ghana - CLOGSAG) เพื่อกดดันรัฐบาลให้ปฏิบัติตามข้อตกลงการปรับโครงสร้างเงินเดือนรูปแบบใหม่ที่มีการลงนามร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2019 การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นแม้ว่า คณะกรรมการแรงงานแห่งชาติ (National Labour Commission - NLC) จะมีคำสั่งระงับโดยอ้างว่าเป็นสไตรค์ที่ผิดกฎหมายเนื่องจากไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายแรงงานปี 2003 (ฉบับที่ 651) ก็ตาม

แกนนำสหภาพแรงงานระบุว่า รัฐบาลผิดนัดการบังคับใช้โครงสร้างเงินเดือนใหม่มาแล้วหลายครั้ง โดยล่าสุดกำหนดไว้ในวันที่ 1 มกราคม 2025 แต่กลับไม่มีความคืบหน้า นอกจากนี้ยังวิพากษ์วิจารณ์การเลือกปฏิบัติที่อดีตรัฐมนตรีคลังเคยอนุมัติการปรับเงินเดือนให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ในกระทรวงการคลังแต่กลับละเลยข้าราชการส่วนอื่น ๆ ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน งาน และการจ้างงาน ได้พยายามขอร้องให้ยุติการประท้วงเพื่อเปิดทางให้มีการเจรจาเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ทางสหภาพฯ ยืนกรานเงื่อนไขเดียวในการยุติการหยุดงานคือรัฐบาลต้องบังคับใช้ข้อตกลงทันที ซึ่งสถานการณ์นี้ส่งผลให้งานบริการภาครัฐในกระทรวงและหน่วยงานท้องถิ่นทั่วประเทศหยุดชะงักลงอย่างสิ้นเชิง

ที่มา: NewsGhana, 9/3/2026 





เรื่องที่ได้รับความนิยม

Powered by Blogger.